Cart รายการสินค้า (0)

เรื่องกล้วยๆ........แต่ไม่กล้วย !!!

เรื่องกล้วยๆ........แต่ไม่กล้วย !!!

โดย ...รศ. ณรงค์ สิงห์บุระอุดม
ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


• ลักษณะทั่วไปของพืช
   - กล้วยน้ำว้าเป็นพืชล้มลุกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 2-5 เมตร 
   - ชอบอากาศร้อนชื้นและอบอุ่น อุณหภูมิที่เหมาะคือช่วง 15 - 35 องศาเซลเซียส   
      อุณหภูมิที่ต่ำจะทำให้กล้วยแทงปลีช้า (การออกดอก) 
   - ควรมีความชื้นสัมพัทธ์อย่างน้อย 60% ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 200-220 มม./เดือน 
   - ดินควรมีความสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี และการหมุนเวียนอากาศดี มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ 
     ระหว่าง 4.5 - 7 แต่ที่ดีควรอยู่ในระดับ 6 ซึ่งจะพบทั่วๆไป ในพื้นที่แถบเอเชีย 
   - กล้วยน้ำว้าจะใช้ระยะเวลาการปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี จำนวน 10 หวี/เครือ  
     ตั้งแต่ปลูก จนถึงแทงปลีใช้ระยะเวลา 250-260 วัน แทงปลีถึงระยะ เก็บเกี่ยว 110-120 วัน 
• การปลูก
   - ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน 
   - ควรขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 ซม. 
   - ผสมดินปุ๋ยคอกเล็กน้อย วางหน่อกล้วย ลงในหลุม และกลบดินที่เหลือลงในหลุม 
   - กดดินบริเวณโคนหน่อกล้วยให้แน่น
   - ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกัน ลมโยก 
   - หาวัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้น เช่นฟางข้าว หญ้าแห้ง 
   - รดน้ำให้ชุ่ม
• ระยะปลูก 
   - 2.5 x 3 เมตร , 2.5 x 2.5 เมตร
   - จำนวนต้นเฉลี่ย 200 ต้น / ไร่ หรือ 250 ต้น/ไร่ 
• การใส่ปุ๋ย
     ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 หรือ 15- 15-15 อัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น/ปี โดยแบ่งใส่ 4 ครั้ง ดังนี้



• การให้น้ำ
   - ปริมาณของน้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ความชุ่มชื้นของดิน ปริมาณลม ที่พัดผ่าน 
     จะทำให้การคายน้ำมาก 
   - ไม่ควรปล่อยให้ผิวหน้าดินแห้งติดต่อกันเป็นเวลานาน เนื่องจากราก จะหาอาหารอยู่บริเวณผิวดินจะทำให้หยุดชะงักการเจริญเติบโต 
• การปฏิบัติอื่นๆ
   - การตัดแต่งหน่อ ให้ตัดหน่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเริ่มออกปลี จากนั้นก็ให้ไว้สัก 1 - 2 หน่อโดยหน่อที่ 1 และ ที่ 2 ควรมีอายุห่างกันประมาณ 4 เดือน โดยเลือกหน่อที่อยู่ในทิศทางที่ตรงกันข้าม 
   - การตัดแต่งใบ ควรทำการตัดแต่งช่วงที่ต้นเริ่มโตจนถึงเก็บเกี่ยว โดยเลือกใบแก่และใบที่เป็นโรคออก ตัดให้เหลือประมาณ 7 - 12 ใบ เพื่อป้องกันต้นกล้วยโค่นช่วงออกปลี เพื่อใช้ใบปรุงอาหาร และเพิ่มความเจริญเติบโตของผลกล้วย 
• การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
   - โรคใบจุด ป้องกันโดยนำไปเผา หรือใช้สารเคมีคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ หรือสารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคเซบ หรือเบนโนมิล 
   - ด้วงงวง ป้องกันโดยใช้สารเคมีประเภทดูดซึม เช่นโตฟอส 
   - หนอนม้วนใบกล้วย ป้องกันโดยใช้สารเคมีคลอไพลิฟอส 
   - แมลงวันผลไม้ ใช้สารล่อแมลง สารเมธิลยูลินอลผสมสารฆ่าแมลงล่อทำลายแมลงวันเพศผู้หรือ ใช้สารฆ่าแมลงมาลาไธออน หรือ ไดเมทโทเอท 

การจัดการก่อนการเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว
• การเก็บเกี่ยว
   - ระยะการเก็บเกี่ยวกล้วย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการขนส่ง หากขนส่งไปขายไกลๆ อาจตัดกล้วยเมื่อ 
     ความแก่ประมาณ 75 % 
   - การดูลักษณะความอ่อนแก่ของกล้วย อาจดูจากลักษณะผล เช่น ดูขนาดลูกกล้วย เหลี่ยมกล้วย 
     หรือใช้วิธีการนับอายุจากวันแทงปลี หรือวันตัดปลี 
   - การตัดกล้วย จะต้องพิจารณาถึงต้นสูงหรือเตี้ย ถ้าสูงก็ให้ตัดบริเวณโคนต้น เพื่อให้ต้นเอียงลงมา 
     โดยให้อีกคนหนึ่งจับหรือรับเครือกล้วยไว้ จะต้องเหลือก้านให้ยาวพอสมควร ก็ให้นำไปยังโรงเรือน
     คัดบรรจุต่อไป 

 

• การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
   - นำเครือกล้วยแขวนไว้บนราว ปล่อยให้ยางไหลจนแห้ง 
   - ทำความสะอาดลูกผล หรือบริเวณปลายผลที่มีกลีบแห้งติดอยู่ออกให้หมด 
   - ชำแหละเครือกล้วยออกเป็นหวีๆ อย่างระมัดระวัง อย่าให้รอยตัดช้ำ
   - คัดเลือกผลที่มีรอยตำหนิ หวีที่ไม่ได้ขนาดออก 
   - จุ่มในน้ำผสมสารไธอาเบนดาโซล แล้วผึ่งลมหรือเป่าให้แห้ง 
   - บรรจุหีบห่อ/บรรจุลงเข่ง โดยมีใบตอง หรือ กระดาษรอง เพื่อป้องกันบอบช้ำ
 
  

สภาพการผลิตกล้วยน้ำว้า
1. พันธุ์กล้วย
   - เป็นพันธุ์คละมีหลายพันธุ์ที่เกษตรกรปลูกปะปนกัน
พันธุ์ต้นสูง
   - พันธุ์มะลิอ่อง
   - กล้วยน้ำว้านวล
   - กล้วยน้ำว้าเขียว
   - กล้วยน้ำว้าดำ
พันธุ์ต้นเตี้ย : กล้วยน้ำว้าค่อม 
สีของไส้กล้วย
   - สีเหลือง
   - สีแดง
   - สีขาว
ข้อแนะนำ : ควรปลูกพันธุ์เดียว ชนิดใดชนิดหนึ่ง
            : พันธุ์ที่ตลาดต้องการ คือ กล้วยน้ำว้าไส้เหลืองและไส้แดง
2. การเพาะปลูก
   - ปลูกตามหัวไร่ปลายนา ตามที่ว่างหลังบ้าน
   - ปลูกเป็นแปลงขนาดเล็ก ไม่เป็นระเบียบ
   - ไม่มีการดูแล ปฏิบัติรักษาตามวิธีการที่ถูกต้องเท่าที่ควรจะเป็น
   - มีปัญหาโรคตายพรายระบาด
ข้อแนะนำ
   - ควรปลูกเป็นแปลง ขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือ ขนาดใหญ่
   - ควรปลูกเป็นแถวเป็นแนว ใช้ระยะปลูกที่ถูกต้องเหมาะสม
   - ควรมีการดูแลปฏิบัติรักษาที่เหมาะสม
   - ควรมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคตายพราย และวิธีการแก้ไขที่ถูกต้อง

view